Module BT Camera Slider - ID 90 : There is no image!
700503
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
23
101
23
699719
1937
3778
700503

Your IP: 192.168.2.69
2019-10-20 05:11

ประวัติ

ประวัติ

ฮิต: 2250

 

ความเป็นมาของกลุ่มตรวจสอบภายใน 

              

                  งานตรวจสอบภายในภาคราชการ เริ่มมีมาตั้งแต่ปี พ.. 2505 โดยระเบียบการเบิกจ่ายเงินจากคลัง พ.. 2505 ได้กำหนดให้หัวหน้าส่วนราชการแต่งตั้งข้าราชการใน    หน่วยงาน 1 คน หรือหลายคนเป็นผู้ตรวจสอบภายในรับผิดชอบในการตรวจสอบการเบิกจ่ายเงินรวมทั้งการก่อหนี้ผูกพันงบประมาณรายจ่ายของเจ้าของงบประมาณนั้นๆและตรวจสอบงานด้านอื่นตามที่หัวหน้าส่วนราชการมอบหมายเป็นการภายใน และรายงานผลการตรวจสอบโดยตรงต่อหัวหน้าส่วนราชการอย่างน้อยเดือนละครั้ง และต่อมาในปี พ.. 2516 ข้อกำหนดเกี่ยวกับงานตรวจสอบภายในได้ถูกนำไปกำหนดไว้ในระเบียบการรับ-จ่ายการเก็บรักษา และการนำส่งเงินของส่วนราชการ พ.. 2516 แทนโดยกำหนดให้หัวหน้าส่วนราชการหรือผู้ว่าราชการจังหวัด แต่งตั้งข้าราชการซึ่งไม่ต่ำกว่าชั้นตรีอย่างน้อย 2 คน เป็นกรรมการตรวจสอบการเงินประจำเดือนทุกเดือน

                  .. 2519 คณะรัฐมนตรีได้มีมติกำหนดให้ส่วนราชการที่เป็นกระทรวง ทบวง กรม และส่วนราชการที่เทียบเท่า รวมถึงจังหวัดทุกจังหวัดมีตำแหน่งอัตรากำลังเพื่อทำหน้าที่เป็นผู้ตรวจสอบภายในของส่วนราชการ หรือของจังหวัดโดยเฉพาะ โดยให้ปฏิบัติงานขึ้นตรงต่อหัวหน้าส่วนราชการหรือ
ผู้ว่าราชการจังหวัดแล้วแต่กรณี และให้กระทรวงการคลังเป็นผู้รับผิดชอบในการฝึกอบรม

                 พ.. 2531 – 2532 กระทรวงการคลังได้พิจารณาเห็นสมควรให้มีการส่งเสริม สนับสนุน และผลักดันให้ส่วนราชการมีการตรวจสอบภายในที่เป็นระบบเพื่อสามารถเป็นเครื่องมือของผู้บริหารในการตรวจสอบติดตามการปฏิบัติงานของส่วนราชการในความรับผิดชอบได้อย่างมีประสิทธิภาพประกอบกับข้อกำหนดเกี่ยวกับงานตรวจสอบภายในในระเบียบการรับ-จ่าย การเก็บรักษา และการนำส่งเงินของส่วนราชการ พ.. 2520 ยังไม่ครอบคลุมถึงขอบเขต หน้าที่ความรับผิดชอบที่แท้จริงของการตรวจสอบภายในจึงได้ยกเลิกข้อกำหนดเกี่ยวกับงานตรวจสอบภายใน ในระเบียบดังกล่าวและนำมากำหนดเป็นระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการตรวจสอบภายในของส่วนราชการ พ.. 2532(ซึ่งได้มีการปรับปรุงแก้ไขครั้งสุดท้ายในปี   พ.. 2551

                  ในปลายปี พ.. 2541 ถึงต้นปี 2542 คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบในหลักการตามข้อเสนอของกระทรวงการคลังให้จัดตั้งคณะกรรมการตรวจสอบประจำกระทรวงเพื่อทำหน้าที่กำกับดูแลระบบการควบคุมภายในและการตรวจสอบภายใน ในภาพรวมของกระทรวงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจสอบภายในให้เป็นเครื่องมือที่สำคัญของผู้บริหารในการควบคุม ติดตาม   การใช้จ่ายเงินงบประมาณให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของแผนงาน งาน/โครงการต่าง ๆ และให้จัดตั้งกลุ่มงานตรวจสอบภายในระดับกระทรวง เพื่อทำหน้าที่เป็นฝ่ายเลขานุการและทำหน้าที่ผู้ตรวจสอบภายในของกระทรวงโดยมุ่งเน้นการตรวจสอบงานโครงการที่มีความสำคัญ หรือที่มีความเสี่ยงสูง หรือที่มีสัญญาณบอกเหตุว่าอาจจะมีความเสียหายเกิดขึ้น โดยประสานแผนการตรวจสอบกับหน่วยตรวจสอบภายในระดับกรม เพื่อให้การตรวจสอบมีขอบเขตงานที่กว้างขวางและไม่ซ้ำซ้อนกัน

                 กฎกระทรวง แบ่งส่วนราชการกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กระทรวงแรงงาน .. 2552 อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 8ฉ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.. 2534 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ ๔) .. 2543 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานออกกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กระทรวงแรงงาน พ.. 2552 ประกาศไว้ในราชกิจจานุเบกษา ลงวันที่ 27 พฤศจิกายน 2552 หน้า 16 เล่ม 126 ตอนที่ 93 ก ความตอนหนึ่งว่า.... ข้อ 4 ในกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ให้มีกลุ่มตรวจสอบภายใน เพื่อทำหน้าที่หลักในการตรวจสอบการดำเนินงานภายใน และสนับสนุนการปฏิบัติงานของกรม รับผิดชอบงานขึ้นตรงต่ออธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน โดยมีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้

                               1. ดำเนินการเกี่ยวกับการตรวจสอบด้านการบริหาร การเงิน การบัญชี และการพัสดุ ของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน

                               2. ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือที่ได้รับมอบหมาย

 

 

ลักษณะของงานตรวจสอบภายใน

 

ความหมายการตรวจสอบภายใน

             การตรวจสอบภายใน หมายถึง กิจกรรมการให้ความเชื่อมั่นและการให้คำปรึกษาอย่างเที่ยงธรรมและเป็นอิสระซึ่งจัดให้มีขึ้น เพื่อเพิ่มคุณค่าและปรับปรุงการปฏิบัติงานของ     ส่วนราชการให้ดีขึ้นการตรวจสอบภายในจะช่วยให้ส่วนราชการบรรลุถึงเป้าหมายและวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ด้วยการประเมินและปรับปรุงประสิทธิผลของกระบวนการบริหารความเสี่ยง การควบคุมและการกำกับดูแลอย่างเป็นระบบ

กระบวนการตรวจสอบภายใน ประกอบด้วยขั้นตอนต่างๆ ดังนี้

                                           ขั้นตอนที่ 1 ภายในการวางแผนการตรวจสอบ (ระยะยาว และประจำปี) ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการตรวจสอบของส่วนราชการ พ.. 2551   ข้อ 13 (6) กำหนดให้เสนอแผนการตรวจสอบประจำปีต่อหัวหน้าส่วนราชการพิจารณาอนุมัติภายในเดือนกันยายน กรณีที่หน่วยงานตรวจสอบภายในวางแผนการตรวจสอบมีระยะเวลาตั้งแต่ 1ปีขึ้นไป ให้เสนอแผนการตรวจสอบระยะยาวด้วย โดยการจัดทำแผนดังกล่าวต้องคำนึงถึงความมีประสิทธิภาพของการบริหารความเสี่ยงและความเพียงพอของระบบการควบคุมภายในของส่วนราชการด้วย

                                             ขั้นตอนที่ 2 การจัดทำแผนการปฏิบัติงาน (Engagement Plan) ตามแผนการตรวจสอบประจำปีที่ได้รับอนุมัติ เพื่อให้ผู้ตรวจสอบภายในใช้เป็นแนวทางการตรวจสอบ โดยแผนดังกล่าวประกอบด้วย

- ชื่อหน่วยรับตรวจ

- เรื่องที่จะตรวจสอบ

- วัตถุประสงค์ของการตรวจสอบ

- ขอบเขตการตรวจสอบ

- แนวทางการปฏิบัติงาน

- วันที่ดำเนินการ

- ผู้รับผิดชอบ/งบประมาณ  

ขั้นตอนที่ 3 การตรวจสอบตามแผนการปฏิบัติงาน ( Engagement Plan) ผู้ตรวจสอบภายในปฏิบัติงานตรวจสอบในพื้นที่ตามแผนที่ได้รับอนุมัติ  รวบรวมข้อมูลที่ได้จากการตรวจสอบบันทึกไว้ใน กระดาษทำการ สรุปประชุมปิดตรวจและร่างรายงานการตรวจสอบเสนอผู้อำนวยการกลุ่มตรวจสอบภายใน

ขั้นตอนที่ 4 จัดทำรายงานผลการตรวจสอบ เมื่อผู้ตรวจสอบภายในเสนอร่างรายงานผลการตรวจสอบพร้อมกระดาษทำการแล้ว ผู้อำนวยการกลุ่มตรวจสอบภายในจะสอบทานข้อมูลในกระดาษทำการ และร่างรายงานผลการตรวจสอบปรับปรุงแก้ไขแล้วจัดทำเป็นรายงานฉบับสมบูรณ์ โดยในรายงานจะประกอบด้วย 5 องค์ประกอบ คือ

1. สภาพที่เกิดจริง (Condition) ไดแก สิ่งที่ผูตรวจสอบประมวลผล ขอเท็จจริงจากการสังเกตการณ การสอบถามพนักงานผูปฏิบัติ วิเคราะห ทดสอบ     และสอบทาน โดยมี ขอมูลหลักฐานที่แนชัด

2. เกณฑการตรวจสอบ (Criteria) ไดแก หลักเกณฑที่จะใชในการตรวจสอบ โดยอาจกําหนดจากกฎหมาย มาตรฐานการปฏิบัตงาน แผนงานที่กําหนด        หรือหลักปฏิบัติที่ดี

3. ผลกระทบ (Effect) ไดแก ขอมูลแสดงโอกาสความเสี่ยง หรือผลเสียหายที่จะเกิดจากปญหานั้น โดยควรระบุในเชิงปริมาณ จำนวนความเสียหาย        จํานวนวันที่ล่าชา การระบุผลกระทบที่ชัดเจนมีสาระสําคัญ ๆ เปนปจจัยสําคัญที่ทําใหขอตรวจพบไดรับความสนใจจากผูที่เกี่ยวของ

4. สาเหตุ (Cause) ไดแก ขอมูลแสดงสาเหตุ สาเหตุที่เกิดปญหานั้นเกิดจากระบบการควบคุมภายในที่ไมดี หรือการไมปฏิบัติตาม กฎ ระเบียบ               ขอบังคับ ระบบ นโยบาย มาตรฐาน ที่หนวยงานกําหนด

                                                          5. ขอเสนอแนะ (Recommendation) เปนขอมูลตามความเห็นที่ผตรวจสอบเสนอขึ้นโดยอาจเสนอตามความเห็นที่พัฒนามาจากความเห็นของผูตรวจสอบผูเชี่ยวชาญและผูที่เกี่ยวของเพื่อใหขอเสนอแนะนั้นมีคุณคาเปนที่ยอมรับและปฏิบัติได ขอเสนอแนะควรทําในลักษณะสรางสรรคและคํานึงถึง ตนทุนและผลประโยชนที่จะไดรับวาคุมคาที่จะปฏิบัติจากนั้นเสนออธิบดีเพื่อทราบและพิจารณาสั่งการ ซึ่งตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการตรวจสอบภายในของส่วนราชการ พ.. 2551 ข้อ 13 (7) กำหนดให้เสนอรายงานผลการตรวจสอบต่ออธิบดีภายในเวลาอันสมควรหรืออย่างน้อยทุก ๒ เดือนนับจากวันที่ดำเนินการตรวจสอบแล้วเสร็จตามแผนปฏิบัติงาน กรณีเรื่องที่ตรวจพบเป็นเรื่องที่มีผลเสียหายต่อทางราชการให้รายงานผลการตรวจสอบต่ออธิบดีทันทีหลังจากอธิบดีทราบและสั่งการกลุ่มตรวจสอบภายในจะส่งรายงานผลการตรวจสอบ ให้หน่วยงาน (หน่วยรับตรวจ) ทราบและดำเนินการตามข้เสนอแนะพร้อมทั้งสำเนารายงานผลฯ  ให้คณะการตรวจสอบและประเมินผลประจำกระทรวงแรงงานและผู้ตรวจราชการกรมเขตพื้นที่ทราบด้วย

                                          ขั้นตอนที่ 5 การติดตามผล ผู้ตรวจสอบภายในมีการติดตามผลการตรวจสอบภายในโดยให้หน่วยงาน (หน่วยรับตรวจ) รายงานผลการดำเนินงานตาม  ข้อเสนอแนะในรายงานผลการตรวจสอบ ภายใน 60 วันนับจากวันที่ได้รับแจ้ง โดยต้องมีเอกสารหลักฐานประกอบผลการดำเนินงาน (เท่าที่จำเป็น)

                  นอกจากนั้น กลุ่มตรวจสอบภายในได้สรุปผลการตรวจสอบในภาพรวมปีละ 3 ครั้ง คือ รอบ 4 เดือน รอบ 8 เดือน และรอบ 12 เดือน เสนออธิบดี กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เพื่อทราบ พร้อมทั้งได้สำเนาเรื่องให้แก่คณะกรรมการตรวจสอบ และประเมินผลภาคราชการประจำกระทรวงแรงงานทราบ